ทดสอบแรงดึงด้วยตาชั่งสปริง
Push vs Pull Dynamometer
เลิกเถียงกันซะทีว่า ดึง หรือ ผลัก อันไหนดีกว่ากัน! มาพิสูจน์ด้วยหลักวิทยาศาสตร์และตัวเลขบนตาชั่งสปริง ที่จะบอกคุณว่าการทำงานแบบไหนประหยัดแรงที่สุด
- ⏱️ เวลาที่ใช้
- 1 - 2 นาทีต่อคน
- 👥 กลุ่มเป้าหมาย
- พนักงานคลังสินค้า และพนักงานเข็นรถลาก
อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม (Equipment)
- รถเข็น 4 ล้อ (มีของหนักวางอยู่บนรถประมาณ 20-30 กก.)
- ตาชั่งสปริงแบบแขวน (Spring Balance) ที่วัดแรงดึงได้ (เช่น ตาชั่งชั่งปลา) หรือ ดิจิตอลสเกลแบบแขวน
- เชือกสั้นๆ คล้องเข้ากับตัวรถเข็น เพื่อให้เกี่ยวตาชั่งได้
การเตรียมพื้นที่ (Setup)
- วางรถเข็นไว้บนพื้นเรียบ
กติกาและวิธีการเล่น (Step-by-Step Rules)
- รอบที่ 1 (Pull - ดึงลาก): ให้ผู้เล่นเกี่ยวตาชั่งสปริงเข้ากับหน้ารถเข็น แล้วออกแรง “เดินถอยหลังดึงรถ” ให้เคลื่อนที่ สังเกตตัวเลขบนตาชั่งขณะที่รถเริ่มขยับ (Starting Force)
- รอบที่ 2 (Push - ผลัก): ให้ผู้เล่นย้ายไปเกี่ยวตาชั่งสปริงที่ด้านหลังรถเข็น แล้วออกแรง “เดินหน้าผลักรถ” สังเกตตัวเลขบนตาชั่งขณะที่รถเริ่มขยับ
- นำตัวเลขทั้งสองรอบมาเปรียบเทียบกัน (โดยปกติแล้ว การผลักจะใช้แรงเริ่มต้นน้อยกว่าการดึง)
เกณฑ์การตัดสินและให้รางวัล (Scoring & Rewards)
- เข้าร่วมการทดลองและอ่านค่าตัวเลขเปรียบเทียบ: รับ “แสตมป์สะสม 1 ดวง” ทันที
ข้อคิดและบทเรียน (Safety Takeaways)
💡 สำหรับ จป. / สตาฟ นำไปสรุป: “ตัวเลขไม่เคยโกหกครับ! การผลัก (Push) ใช้แรงดึงดูดและน้ำหนักตัวของเราเข้าไปช่วย ทำให้เราออกแรงกล้ามเนื้อน้อยกว่า ในขณะที่การดึง (Pull) เราต้องใช้แรงจากกล้ามเนื้อแขนและหลังล้วนๆ นอกจากผลักจะเบาแรงกว่าแล้ว ยังช่วยให้เรามองเห็นทางข้างหน้า ไม่เดินสะดุดหกล้มด้วยครับ”
ข้อแนะนำเพิ่มเติม (Tips/Variations)
- เปรียบเทียบล้อรถ: สามารถดัดแปลงกิจกรรมเพื่อโชว์ความสำคัญของ “การซ่อมบำรุงล้อรถเข็น” โดยนำรถเข็น 2 คัน (คันแรกล้อลื่นปกติ คันที่สองล้อฝืด/มีเศษเชือกพัน) มาให้ผู้เล่นใช้ตาชั่งสปริงวัดแรงดึง เพื่อแสดงให้เห็นว่าล้อที่ฝืดทำให้พนักงานต้องออกแรงมากขึ้นเป็นสองเท่า
#การยกและเคลื่อนย้าย#อาชีวอนามัยและสุขภาพ
อยากให้ทีมเราจัดให้?
ทีม Safety Station จัดบูธ/เกมให้ครบ พร้อมอุปกรณ์ ของรางวัล และรายงานสรุปหลังงาน