ซ้อมรับเหตุคุกคามในที่ทำงาน
ซ้อมรับเหตุความรุนแรงในที่ทำงาน หลักหนี-ซ่อน-สู้ ปรับบริบทไทย เน้นเหตุพนักงานทะเลาะหรือคนภายนอกบุกรุก ไม่ใช้ปืนของจริงเป็นอุปกรณ์ มีคำเตือนเนื้อหากระทบใจครบ และทีมจิตวิทยาเตรียมพร้อม
- เวลา
- 150นาที
- ผู้ร่วม
- 20-100คน
- ทีมจัด
- 5คน
- เวลาเตรียม
- 28ชม.
ขั้นตอน
- 1
4 สัปดาห์ก่อน คุยกับ HR ฝ่ายความปลอดภัย และทีมจิตวิทยา ออกแบบสถานการณ์และตกลง trigger warning
- 2
2 สัปดาห์ก่อน แจ้งทุกคนล่วงหน้าว่ามีซ้อม trigger warning ชัด คนที่ไม่อยากเข้าให้ขอออกได้ ไม่กระทบประเมิน
- 3
1 สัปดาห์ก่อน ฝึก facilitator ให้รู้จัก distress signal และวิธีหยุดการซ้อมถ้าคนอารมณ์แย่
- 4
วันซ้อม บรรยาย 30 นาที Run-Hide-Fight ในบริบทไทย เหตุพนักงานทะเลาะหรือคนภายนอกบุกรุก
- 5
ฝึก scenario 1 60 นาที สมมุติพนักงานที่ลาออกแล้วกลับมาก่อกวน ใช้การประกาศและล็อกพื้นที่
- 6
ฝึก scenario 2 60 นาที สมมุติคนภายนอกบุกรุก ใช้การประสาน 191 และซ่อนตัวในที่ปลอดภัย
- 7
ฝึก scenario 3 30 นาที สมมุติพนักงานปัจจุบันมีปัญหาทางจิต พกอาวุธมาในงาน (คนใน) เน้นการสังเกตสัญญาณเตือนล่วงหน้าและช่องทางรายงาน
- 8
debrief 30 นาที เปิดให้ทุกคนแชร์ความรู้สึก ทีมจิตวิทยาเข้าร่วม
- 9
ติดตามใน 1 สัปดาห์ ส่งช่องทางขอความช่วยเหลือเพิ่มสำหรับคนที่ยังคิดถึงเรื่องนี้
สิ่งที่ต้องระวัง
- trigger warning ต้องชัดในประกาศแจ้ง 2 สัปดาห์ก่อน คนที่เคยเจอเหตุรุนแรงในอดีตอาจมี PTSD ซ้อมแบบนี้จะกระตุ้นและเสียหายในระยะยาว ให้สิทธิ์ปฏิเสธโดยไม่กระทบประเมิน
- ห้ามใช้ปืน prop จริง ห้ามใช้เสียงปืนดัง ห้ามใช้เลือดปลอม แม้กระทั่งสีน้ำ context ไทยรุนแรงต่างจากที่ฝรั่งใช้ Run-Hide-Fight ปรับเป็นเหตุที่จริงในไทย เช่น พนักงานทะเลาะ คนภายนอกบุกรุก
- ทีมจิตวิทยาหรือ EAP standby ในห้องข้างเคียง ตลอดการซ้อม ไม่ใช่หลังเสร็จ ถ้าคนอารมณ์แย่ระหว่างซ้อมต้องออกได้ทันทีและมีคนรับ
- ไม่ทำเป็น drill ทั้งโรงงานเพราะจะตื่นตระหนกระดับใหญ่และในครั้งถัดไปคนไม่เชื่อ ฝึกเฉพาะกลุ่มที่ต้องรู้ procedure คือ ทีมรับมือ และพนักงานในพื้นที่ที่เสี่ยงสูง เช่น reception
- ในเหตุจริงในไทย คนที่เข้ามาก่อความรุนแรงคือคนรู้จัก เช่น แฟนเก่า พนักงานเก่า ลูกค้า ไม่ใช่คนแปลกหน้า เน้น scenario นี้
- facilitator ต้องรู้จัก distress signal สีหน้าเปลี่ยน หายใจถี่ ตัวสั่น และมีอำนาจหยุดการซ้อมทันที
รายการอุปกรณ์ (7 รายการ)
- แผนผังอาคารแยกตามชั้นและจุดอพยพ
- วิทยุสื่อสารและระบบ broadcast ในอาคาร
- แบบฟอร์ม after-action review
- ป้าย trigger warning ติดที่ทางเข้าห้องอบรม
- ตัวอย่าง lockdown procedure ของบริษัทแม่หรืออุตสาหกรรมเดียวกัน
- ทีมจิตวิทยาหรือ EAP standby ในห้องข้างเคียง
- ของว่างและน้ำสำหรับช่วงพักหลังบรรยายเหตุการณ์
ทำไมต้องเตือนเนื้อหากระทบใจ
ในต่างประเทศการซ้อมเหตุกราดยิงใช้เสียงปืน นักแสดงล้ม และเลือดปลอม ผลคือนักเรียนและพนักงานมี PTSD เพิ่ม ปัจจุบันมีงานวิจัยและองค์กรครูเด็กในสหรัฐขอให้เลิก
ในไทยบริบทต่าง เหตุที่เกิดส่วนใหญ่คือพนักงานทะเลาะหรือคนรู้จักก่อความรุนแรง ไม่ใช่กราดยิงแบบฝรั่ง การปรับเป็นบริบทไทยทำให้สมจริงกว่า และไม่ต้องใช้อุปกรณ์ประกอบรุนแรง
หลัก Run-Hide-Fight แบบไทย
- หนี เลือกเส้นทางออกที่ไม่ผ่านจุดเกิดเหตุ ทิ้งของไว้ ไม่ต้องเก็บ
- ซ่อน ปิดล็อกประตู ปิดไฟ เงียบเสียง วางสิ่งของบังประตู หลีกเลี่ยงห้องที่ไม่มีทางออกที่สอง
- สู้เมื่อจำเป็น ถ้าหนีและซ่อนไม่ได้จริงๆ ใช้มือเปล่าหรือของในมือ ห้ามพกอาวุธมาเตรียมล่วงหน้า ใช้แรงเท่าที่จำเป็นเพื่อหนีต่อ ไม่ใช่เอาชนะ ปรึกษาฝ่ายกฎหมายในการออกแบบนโยบายของบริษัทแต่ละแห่ง
เพิ่ม แจ้ง 191 ทันทีในทุกขั้น ถ้ามีเวลาและปลอดภัยพอ
ทำเอง ใช้ทีมในบริษัท
การซ้อมนี้ทำเอง ใช้ทีม HR ความปลอดภัย และโครงการช่วยเหลือพนักงานในบริษัท ไม่ต้องจ้างทีมภายนอก ความสำคัญอยู่ที่ขั้นตอนที่ตกลงกันและคนรู้ที่ตัวเองต้องอยู่ ไม่ใช่ความสมจริงของเหตุการณ์
ถ้าต้องการผู้นำกระบวนการที่ผ่านการอบรมรับรู้บาดแผลทางใจ Safety Station มีเครือข่ายนักจิตวิทยาและที่ปรึกษาที่ออกแบบการซ้อมโดยไม่กระตุ้น PTSD
รูปแบบอื่น
- เน้นทีมต้อนรับ สำหรับพนักงานต้อนรับที่เจอคนแปลกหน้าก่อน
- เน้นการลดความรุนแรงด้วยคำพูด ฝึกพูดคุยลดอารมณ์ก่อนเข้าสู่หนี-ซ่อน-สู้
- ซ้อมร่วมกับตำรวจสน. เชิญตำรวจสน.มาแนะนำขั้นประสานและสาธิตการเข้าระงับเหตุ
อยากให้ทีมเราจัดให้?
ทีม Safety Station จัดให้ครบ ส่งรายงานสรุปหลังงานทันที พร้อมรูปและวิดีโอ